อาจาริยบูชา
“๑๐๑ ปี ชาตกาล หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ”
ปรมาจารย์แห่งการเจริญสติ
๑๓ – ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เดินเจริญสติจากถิ่นฐานบ้านเกิด ……… สู่เชิงตะกอน
ด้วยทางชมรมคนเพียรในเฟซบุ๊คและเว็ปไซต์วัดป่าพุทธยานันโท
ร่วมกับโครงการสื่อเฉพาะกิจงาน ๑๐๐ปีชาตกาลของหลวงพ่อเทียน
ได้จัดทำหนังสือ “ลืมตาเคลื่อนไหว…ใจฮู้ซื่อๆ คือ… หลวงพ่อเทียน”
และวารสารเฉพาะกิจ “ฮู้ซื่อๆ ” ฉบับพิเศษ
ปิดงานโครงการอาจาริยบูชา ๑๐๐ ปีชาตกาล
ในวันที่ ๑๓ – ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕
เพื่อแจกเป็นธรรมทานแก่ พระภิกษุสงฆ์
วัดต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ญาติธรรมและผู้สนใจทั่วไป…
ดังนั้น จึงขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญธรรมทานจัดพิมพ์หนังสือครั้งนี้
ตามกำลังทรัพย์ที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
ท่านจะได้รับหนังสือที่ระลึกในงานนี้ท่านละ ๒ เล่ม
โดย โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ …..
“วัดทับมิ่งขวัญเพื่อการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ”
ธนาคารทหารไทย สาขาติวานนท์
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ ๑๑๑-๒-๑๔๒๔๑-๗
หากสมาชิกท่านใดมีความประสงค์ต้องการ
หนังสือเป็นจำนวนมากและใบอนุโมทนา
โปรดติดต่อพร้อมกับแจ้งชื่อและที่อยู่มายัง…
คุณสมคิด มหิศยา
เลขานุการโครงการ ๑๐๐ ปีชาตกาล หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
โทร ๐๘๖-๐๖๕๓๙๕๐
Email : somkid_tvs@yahoo.com
ขอร่วมอนุโมทนาบุญธรรมทานครั้งนี้กับทุกท่าน…
“ขอให้ท่านทั้งหลาย
และครอบครัววงศ์ตระกูล
จงเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม
เพียบพร้อมด้วยลาภ ยศ อายุ สุขะ พละ
มีจิตผ่องใส ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
ด้วยเดชด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ เทอญ…
สาธุ สาธุ สาธุ …”
ภคมน สุรดิฐนันท์
๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
หนังสือ “ ลืมตาเคลื่อนไหว ใจฮู้ซื่อๆ … คือ …หลวงพ่อเทียน “ เขียนโดย พระพุทธยานันทภิกขุ จัดทำขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาและอาจริยบูชา แด่ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ปรมาจารย์แห่งการเจริญสติ และเนื่องในโอกาสที่หลวงพ่อมหาดิเรก มีอายุครบ ๖๐ ปีเมื่อ วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ คณะลูกศิษย์จึงพร้อมใจร่วมแรงร่วมใจกัน จัดหาทุนทรัพย์จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม แจกเป็นธรรมทานเพื่อตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ที่เมตตาเสียสละทั้งแรงกายแรงใจ อุทิศตนเองอย่างจริงใจและจริงจัง ในงานเผยแพร่สืบทอดต่อยอดพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งอบรมศิษยานุศิษย์จำนวนมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หลวงพ่อท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่มีเมตตา ใจดี สนใจเรื่องสุขภาพกายและใจ ห่วงใย และคอยให้กำลังใจในการปฏิบัติ คอยเฝ้าติดตามอยู่ห่างๆตลอดเวลา การพูดและการสอนของท่านนุ่มนวลและลุ่มลึก อะลุ่มอล่วย ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพทางร่างกายและจิตใจของผู้ปฏิบัติแต่ละคน ให้ทดลองเรียนรู้และศึกษาด้วยตนเองก่อน จะไม่ชี้แนะว่า ทำแบบนี้ถูก แบบนี้ไม่ถูก สามารถพูดคุย สอบถามเรื่องการปฏิบัติที่ยังสงสัยอยู่ได้ทุกโอกาส เป็นกันเอง พร้อมทั้งยังช่วยยกระดับ
จิตวิญญาณ และปรารถนาให้ลูกศิษย์ทุกคน อยู่อย่างไม่มีทุกข์ ดังถ้อยคำของหลวงพ่อท่าน กล่าวว่า “จงอยู่อย่างผู้รู้ อย่าอยู่อย่างผู้ร้าย ใจจะสงบสุข”
ที่สุดนี้ คณะลูกศิษย์ขอนอบน้อม กราบขอขมาขอลาโทษ ต่อหลวงพ่อมหาดิเรก ในสิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ทั้งทางกาย วาจา ใจ ทั้งที่รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี ขอท่านจงโปรดอโหสิกรรม และขออนุโมทนาสาธุบุญกุศลแก่ท่านเจ้าภาพทั้งหลาย คณะกรรมการจัดทำหนังสือ และผู้อ่านทุกท่าน จงบังเกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุธรรมอย่างง่ายดาย สูงสุดนิพพานธรรม สาธุ สาธุ สาธุ …
คณะศิษย์
ชมรมคนเพียรในเฟซบุ๊ค
เว็ปไซท์ วัดป่าพุทธยานันโท
(www.buddhayanando.com)
๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕
มูลนิธิบ้านอารีย์ ขอเชิญร่วมปฏิบัติภาวนา “เทียนธรรม”ปฏิบัติธรรมกลางกรุงท่านผู้สนใจโปรดลงทะเบียนได้ที่
โทร. ๐๒ ๒๗๙ ๗๘๓๘ / ๐๒ ๖๑๙ ๗๔๗๔
หรือหน้าเฟซนี้ได้เลยค่ะ
ผู้เข้าร่วมปฏิบัจติธรรมไม่ต้อง
รับจำนวนจำกัด
” อบรมปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนา ”
โดย หลวงพ่อมหาพุทธยานันทะ
15 – 20 ม.ค. วัดพระยาภักดีชุมพล (วัดคลองลี่) อ.เมือง ชัยภูมิ
20 – 25 ม.ค. วัดถ้ำแสงเทียน อ.ภักดีชุมพล ชัยภูมิ
27 – 28 ม.ค. วัดพระธาตุแสงเทียน (วัดป่าพุทธยานันโท) อ.เด่นชัย แพร่
1 – 5 ก.พ. วัดพระธาตุแสงเทียน (วัดป่าพุทธยานันโท) อ.เด่นชัย แพร่
6 – 10 ก.พ. วัดแพร่แสงเทียน อ.ร้องกวาง แพร่
12 – 20 ก.พ. วัดทับมิ่งขวัญ อ.เมือง เลย
21 – 30 ก.พ. นาราวดีรีสอร์ท ปราจีนบุรี
หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัย
สอบถามได้ที่ 080-8066806 (หลวงพ่อมหาดิเรก)
กัลยณมิตร คือ อริยมรรค
อานนท์ ! ภิกษุผู้ชื่อว่า มีมิตรดี มีสหายดี
มีเพื่อนดี ย่อมเจริญทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคมีองค์แปด
โดยอาการอย่างไรเล่า ?
อานนท์ ! ภิกษุในศาสนานี้ ย่อมเจริญทำให้มาก
ซึ่งสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
ชนิดที่วิเวกอาศัยแล้ว ชนิดที่วิราคะอาศัยแล้ว ชนิดที่
นิโรธอาศัยแล้ว ชนิดที่น้อมไปรอบเพื่อการสลัดคืน.
อานนท์ ! อย่างนี้แล ชื่อว่าภิกษุผู้มีมิตรดี
สหายดี เพื่อนดี เจริญทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคมีองค์แปด.
อานนท์ ! ข้อนั้นเธอพึงทราบด้วยปริยาย
อันนี้เถิด คือว่า
พรหมจรรย์นี้ทั้งหมดนั่นเทียว ได้แก่
ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี, ดังนี้.
อานนท์ ! จริงทีเทียว, สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีความเกิด
เป็นธรรมดา ได้อาศัยกัลยาณมิตรของเราแล้ว ย่อมพ้น
หมดจากชาติ, ผู้มีความแก่ชรา ความเจ็บป่วย ความตาย
ความโศก ความคร่ำครวญ ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ
ความแห้งผากใจ เป็นธรรมดา
ครั้นได้อาศัย กัลยาณมิตรของเรา แล้ว ย่อม
หลุดพ้นหมดจากชาติ ความแก่ชรา ความเจ็บป่วย
ความตาย ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ
ความแห้งผากใจ.
อานนท์ ! ข้อนั้น เธอพึงทราบโดยปริยาย
อันนี้เถิด คือว่า
พรหมจรรย์นี้ทั้งหมดนั่นเทียว ได้แก่
ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี, ดังนี้.
กัลยาณมิตรที่เป็นดั่ง”รุ่งอรุณของชีวิตดีงาม”ตามแนวพุทธพจน์ ควรมีคุณสมบัติที่เรียกว่า”กัลยาณมิตรธรรม”7 ประการ
เรื่อง…ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ต่อเมื่อว่าตามความหมายในคัมภีร์ ท่านยกตัวอย่างว่า กัลยาณมิตร ย่อมหมายรวมตั้งแต่พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นต้นลงมาจนถึงคนทั่วไป ที่มีส่วนเกื้อกูลให้แต่ละบุคคลรู้จักการพัฒนาตัวเอง พระพุทธเจ้าของเรานั้น เมื่อตรัสถึงพระองค์เอง บ่อยครั้งก็ทรงระบุถึงสถานภาพของพระองค์ว่า ทรงเป็นเพียง “กัลยาณมิตร” ของมนุษยชาติ เช่น
ต่อเมื่อว่าตามความหมายในคัมภีร์ ท่านยกตัวอย่างว่า กัลยาณมิตร ย่อมหมายรวมตั้งแต่พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นต้นลงมาจนถึงคนทั่วไป ที่มีส่วนเกื้อกูลให้แต่ละบุคคลรู้จักการพัฒนาเอง พระพุทธเจ้าของเรานั้น เมื่อตรัสถึงพระองค์เอง บ่อยครั้งก็ทรงระบุถึงสถานภาพของพระองค์ว่า ทรงเป็นเพียง “กัลยาณมิตร” ของมนุษยชาติ เช่น
“อาศัยเราเป็นกัลยาณมิตร ประดาสัตว์ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชรา ผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากมรณะ ผู้มีความโศก ความคร่ำครวญหวนไห้ ความทุกข์โทมนัส และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากความคร่ำครวญหวนไห้ ความทุกข์โทมนัส และความคับแค้นใจ” (สํ.ม.19/5-11/2-5)
เมื่อกล่าวอย่างเคร่งครัด กัลยาณมิตรที่จะถือว่า เป็นดั่ง “รุ่งอรุณของชีวิตดีงาม” หรือเป็น “บุพนิมิตแห่งชีวิตดีงาม” ตามแนวพุทธพจน์ ควรจะมีคุณสมบัติที่เรียกว่า “กัลยาณมิตรธรรม” 7 ประการดังต่อไปนี้
1.น่ารัก เพราะกอปรด้วยเมตตา ชวนให้เข้าไปปรึกษาหารือ สอบถาม เรียนธรรม แสวงปัญญา เหมือนร่มไม้ใหญ่ที่มองเห็นร่มเงาแต่ไกลแล้วอยากเข้าไปอาศัยหลบร้อนให้สบายใจ
2.น่าเคารพ เพราะกอปรด้วยคุณความดี มีศีลาจารวัตรงดงาม วางตนสมควรแก่ฐานะ เชื่อถือได้โดยสนิทใจว่าเป็นคนดีจริง อยู่ใกล้แล้วได้ความอบอุ่น มั่นใจ เหมือนบ้านที่สร้างอย่างมั่นคง แข็งแรง อยู่อาศัยแล้วนอนหลับสนิทด้วยวางใจว่า ปลอดภัยอย่างแน่นอน
3.น่ายกย่อง เพราะกอปรด้วยปัญญา เป็นพหูสูต ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม รอบด้าน ลึกซึ้ง กว้างขวางอย่างแท้จริง ควรยึดเป็นแบบอย่าง สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเจริญรอยตาม ทั้งยังสามารถเอ่ยอ้างถึงด้วยความสะดวกใจว่า เชี่ยวชาญปราดเปรื่อง มีความเป็นเลิศทางปัญญาและวิชาการ เหมือนแม่ทัพที่เหล่าทหารหารวางใจในฝีมือการบัญชาการรบ ต่างยอมให้นำทัพด้วยความเต็มใจในฝีมือ เพราะรู้ว่าเป็นผู้คุ้มครองป้องกันให้ลุล่วงปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
4.มีวาทศิลป์ เพราะกอปรด้วยศิลปะในการพูด รู้ว่าพูดอย่างไรจึงได้ผล พูดอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับสถานการณ์และจริตของบุคคล พูดอย่างไรจึงจะทำให้เรื่องที่พูดแจ่มกระจ่างสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ฟัง รวมทั้งรู้จักว่า เมื่อไหร่ไม่ควรพูดด้วย เหมือนช่างร้อยดอกไม้ รู้จักดอกไม้ว่าดอกชนิดไหน ควรนำไปใช้งานแบบใด สามารถเลือกใช้ดอกไม้ได้อย่างมีศิลปะ รวมทั้งรู้ว่า ดอกไม้ชนิดใดไม่ควรใช้งานก็คัดออกจากกองดอกไม้
5.มีความสามารถในการฟังอย่างลึกซึ้ง เพราะกอปรด้วยความอดทน ใจเย็น เห็นว่าคำพูดของผู้อื่นเป็นสิ่งอันควรน้อมใจรับฟังด้วยความเคารพในสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะกล่าว ยินดีฟังทัศนะที่แตกต่างหลากหลายโดยไม่โกรธ ไม่ฉุนเฉียว ไม่หงุดหงิด ไม่เห็นว่าเป็นสิ่งต่ำต้อยด้อยค่า เหมือนพ่อแม่ที่ยินดีฟังคำถามด้วยความสนใจใฝ่รู้ ช่างซัก ช่างถาม ช่างสงสัยของลูกๆ ด้วยความใจเย็น
6.มีความสามารถในการอธิบายขยายความได้อย่างลึกซึ้ง เพราะกอปรด้วยความรอบรู้อย่างสุขุม ลุ่มลึก ทั้งยังมีศิลปะในการอธิบายขยายความเรื่องที่ลึกซึ้งให้เข้าใจง่าย เรื่องที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวจากเรื่องธรรมดาสามัญขึ้นไปหาเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ชวนสับสน ไขว้เขว หรือฟั่นเฝือ เหมือนนักกล่าวสุนทรพจน์ชั้นนำ ที่รู้จักการร้อยเรียงเรื่องราวมากล่าวได้อย่างน่าฟังตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องที่มีความลึกซึ้งกินใจก่อเกิดความซาบซึ้งใจแก่ผู้ฟังโดยถ้วนหน้า
7.ไม่ชักนำในทางที่ผิด เพราะกอปรด้วยวิจารณญาณและความปรารถนาดี จึงมีแต่ความเมตตาต่อผู้ที่เข้ามาสนิทเสวนา ปรารถนาให้เขาได้รับแต่สิ่งที่ดีงามล้ำเลิศโดยส่วนเดียว เหมือนหมู่ผึ้งภมรที่รู้จักเลือกสรรแต่มวลน้ำหวานจากดวงดอกไม้ที่ไร้พิษ มากลั่นกรองเป็นมธุรสเปี่ยมโอชา
กัลยาณมิตรชั้นนำ ย่อมประกอบด้วยคุณสมบัติครบทั้ง 7 ประการ แต่สำหรับคนทั่วไป การมีคุณสมบัติของกัลยาณมิตรเพียงข้อเดียว คือ “ไม่ชักนำในทางที่ผิด” ก็นับว่าเป็นกัลยาณมิตรที่ควรสนิทเสวนาได้แล้ว