"..บางคนว่า ที่หลวงพ่อนำมาสอนนี้
ไม่มีในตำรา...
เพราะไม่เขียนไว้มันก็ไม่มีสิ...
คนอ่านหนังสือน้อยมันก็เลยไม่เห็น
ถ้าผู้มีปัญญา อ่านแล้วรู้เลย เห็นเลย ... "
|
"..บางคนว่าที่หลวงพ่อนำมาสอนนี้
เป็นของใหม่... ใหม่ที่ไหน ?
พระพุทธเจ้าท่านก็ยังสอนว่า "ยืน เดิน นั่ง นอน
คู้เหยียด เคลื่อนไหว
โดยวิธีใด ก็ให้กำหนดรู้ ... " |
"..ที่นี้เราก็มาทำเป็นจังหวะ
ให้มันมารู้อยู่กับจังหวะนี้... มันเป็นอุบาย
การที่ให้มารู้อยู่กับจังหวะมือนี้
เป้าหมายก็เพื่อจะให้มัน
เข้าไปรู้ใจ ที่มันนึกมันคิดโน่น ... " |
"..เพราะตัวรู้สึกนี้
เมื่อมันมีมากขึ้นๆ
มันจะไปรู้ความคิด ไปทันความคิด
รู้คิดกับเห็นคิด มันคนละอันกันนะ
เมื่อเรารู้เราเห็น เท่าทันมันแล้ว
มันก็จะไม่ถูกปรุง
มันก็ไม่เป็นเรื่องยืดยาว ... "
|
"..มันคิดมาก
เราก็จะรู้มาก
เท่าทันกันเข้าๆ
เมื่อมันทันกันเข้า ถึงที่สุดแล้ว
เหมือนฟิวส์ไฟฟ้านี้ ขาดปุ๊ดออกไปเลย
หรือเหมือนเชือกไนล่อน
ที่เราดึงตึงๆแล้วตัดตรงกลาง
เชือกมันจะขาดสะท้อนไปสู่หลักเดิม ... " |
"..อันนี้ก็เช่นเดียวกัน
จิตของเราจะไม่ถูกปรุง
อันนี้เรียกว่าการเกิดดับแบบปรมัตถ์...
ที่เราเคยได้ยินว่า
พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว
แล้วผมของท่านไม่ยาวอีกเลย
อันนั้นมันหมายถึงอันนี้ต่างหาก ... " |
......
|
"...ถ้าเราทำอันนั้น
มันจะเป็นอันนี้
มันจะหมดสงสัย
ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน
เมื่อไม่รู้ไม่เห็น
เราก็จะพูดแต่ปาก
ไม่รู้จริงเท็จอยู่ตรงไหน ... " |
.....
|
| |
|
|